PDPA · Privacy Notice
นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้าและคู่ค้า
01บทนำ
บริษัท เดอะเรสเตอร์รองท์ กรุ๊ป จำกัด ได้เห็นความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 บริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งเอกสารฉบับนี้ให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงแจ้งให้ท่านทราบสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานดังนี้
02คำนิยาม
- “บริษัทฯ” บริษัท เดอะเรสเตอร์รองท์ กรุ๊ป จำกัด
- “ท่าน” ลูกค้า ผู้ใช้บริการ คู่ค้า ของบริษัท รวมถึงการเข้าเยี่ยมชมหรือใช้งานเว็บไซต์ หรือติดต่อมาที่บริษัท ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- “ข้อมูลส่วนบุคคล” ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
- “ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ) หรือข้อมูลอื่นใดที่กระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
- “ประมวลผล” การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
- “เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ผู้ให้คำแนะนำ ตรวจสอบดำเนินงาน ประสานงาน และให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
03การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวมจากท่านจะขึ้นอยู่กับวิธีการที่ท่านมีธุรกรรมกับบริษัท เช่น เมื่อท่านให้ข้อมูลผ่านเว็ปไซต์ของบริษัท หรือเมื่อท่านให้ข้อมูลผ่านช่องทางที่บริษัทจัดเตรียมไว้ เช่น โทรศัพท์ เอกสารของบริษัท แอพพลิเคชั่นของบริษัท แอพพลิเคชั่นในการติดต่อสื่อสารต่าง ๆ เมื่อท่านเข้าทำสัญญาหรือธุรกรรมกับบริษัทและส่งมอบเอกสารและสำเนาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน หรือเมื่อท่านซื้อสินค้าหรือใช้บริการของบริษัท เป็นต้น รวมถึงข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น ฐานข้อมูลสาธารณะ พันธมิตรทางการตลาดร่วม และอื่นๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับธุรกรรมต่างๆ ที่ท่านให้ข้อมูล ดังนี้
- 3.1 ข้อมูลการติดต่อ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล อีเมล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อบัญชีโซเชียลมีเดีย User ID Line และข้อมูลการติดต่ออื่นๆ ที่มีเกี่ยวข้องกันกับการติดต่อสื่อสาร เป็นต้น
- 3.2 ข้อมูลการส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น
- 3.3 ข้อมูลสำหรับยืนยันตัวตน ได้แก่ ข้อมูลในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน Passport ภาพนิ่งรวมถึงภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น
- 3.4 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการซื้อขายและให้บริการ ได้แก่ วันที่และเวลาเข้ารับบริการ สินค้าและบริการที่เกิดธุรกรรม เลขที่บัญชีธนาคาร จำนวนเงิน เป็นต้น
- 3.5 ข้อมูล Browser (บราวเซอร์) และอุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่ ชนิดและเวอร์ชั่นของบราวเซอร์ อุปกรณ์ที่ใช้ ตำแหน่งสถานที่ใช้อุปกรณ์ แอปพลิเคชัน ชนิด เวอร์ชั่นของปลั๊กอิน คอมพิวเตอร์ เครือข่ายการเชื่อมต่อข้อมูล ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider) โปรโตคอลแอดเดรส (IP Address) ซึ่งรวมถึงข้อมูลผู้ใช้งานและประวัติการเรียกดูข้อมูลบนเว็บไซต์
04ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งต่อท่าน หรือตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ โดยในกรณีที่สิ้นสุดสัญญาการจ้างกับบริษัท หรือกรณีไม่มีการใช้บริการหรือการทำธุรกรรมบริษัทแล้ว บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นเวลา 10 ปีหลังจากสิ้นสุดอายุสัญญา หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือตามอายุความ หรือตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด หรือเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
05วัตถุประสงค์ในการประมวลผล
บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อดำเนินการตามความประสงค์ของท่านในการรับบริการหรือทำธุรกรรมที่ตกลงกันระหว่างท่านกับบริษัท หากบริษัทมีความจำเป็นที่ต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ บริษัทจะขอความยินยอมจากท่าน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- 5.1 เพื่อการติดต่อสื่อสารกับท่าน ซึ่งรวมถึงการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการและข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับการให้บริการ การให้การสนับสนุนทางเทคนิคเกี่ยวกับเว็บไซต์ของบริษัทฯ
- 5.2 เพื่อการตลาดและส่งเสริมการขาย การเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ โปรแกรมการเป็นสมาชิกเพื่อสิทธิประโยชน์ในการรับและแลกของรางวัล คะแนน ส่วนลด และอื่นๆ
- 5.3 เพื่อความปลอดภัยต่อบุคคลและทรัพย์สิน ของท่านและบริษัทฯ
- 5.4 เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่ท่านตกลงกับบริษัทฯ รวมถึงการให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และบริการหลังการขาย
- 5.5 เพื่อบันทึกบัญชีตั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ของบริษัท การออกใบแจ้งหนี้ การออกใบกำกับภาษี การทำการเบิกจ่ายเงินและการรับเงิน รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ และการดำเนินการทางบัญชีของบริษัท
- 5.6 เพื่อพัฒนาการผลิตภัณฑ์และการให้บริการของบริษัทฯ การออกแบบผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการใหม่ของบริษัทฯ หรือการเสริมเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่มีอยู่ของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึง การตรวจสอบและเพิ่มคุณภาพ
- 5.7 ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผล เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายตามที่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอ หรือใช้เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคารและสถานที่ ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดทำรายงานภาษียื่นต่อกรมสรรพากร การตรวจสอบทางบัญชีโดยผู้สอบบัญชีหรือผู้ตรวจสอบภายนอก เป็นต้น
- 5.8 ฐานการปฏิบัติตามพันธะสัญญา (Contract) นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผล เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลและเจ้าของข้อมูลหรือเพื่อปฏิบัติตามคำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนที่จะเข้าทำสัญญา การบริหารจัดการสัญญาระหว่างบริษัทกับลูกค้า คู่ค้า
กรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติสัญญา การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือเพื่อความจำเป็นในการเข้าทำสัญญา หากท่านปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือคัดค้านการดำเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว อาจส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
06การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งแก่ท่านเท่านั้น โดยบริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีดังต่อไปนี้
- 6.1 บริษัทในเครือหรือในกลุ่มของบริษัท โดยบริษัทอาจเปิดเผยให้แก่พนักงานหรือบุคลากรของบริษัทในเครือตามความจำเป็นเพื่อการจัดการข้อมูลหรือการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้
- 6.2 ผู้ให้บริการซึ่งเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในการให้บริการต่าง ๆ ได้แก่ การให้บริการด้านความปลอดภัย การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการด้านการตลาด และโฆษณา หรือบริการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรืออาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน
- 6.3 หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจตามกฎหมาย รวมถึงเจ้าพนักงานหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่หรือใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศาล เป็นต้น
- 6.4 คู่ค้า ผู้รับเหมา หรือคู่สัญญาของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความลับและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคล
- 6.5 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือเอกชน เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทประกัน โรงพยาบาล เป็นต้น
- 6.6 ที่ปรึกษาของบริษัท เช่น ผู้ตรวจสอบบัญชี (External Audit) ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ผู้ตรวจสอบระบบควบคุมภายใน (Internal Audit) ทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมาย เป็นต้น
- 6.7 บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ
07สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเห็นความสำคัญของ สิทธิของท่านซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ ดังนี้
- 7.1 ท่านมีสิทธิที่จะทราบหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
- 7.2 ท่านมีสิทธิที่จะขอให้บริษัทดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบันสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ในกรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลใดที่เกี่ยวกับตนไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่สมบูรณ์ หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- 7.3 ท่านมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่ให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน เช่น ท่านยังมีภาระหนี้หรือภาระผูกพันตามกฎหมายอยู่กับบริษัท เป็นต้น ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวอาจทำให้ท่านไม่สามารถรับบริการหรือทำธุรกรรมกับบริษัทได้ หรืออาจทำให้บริการที่จะได้รับจากบริษัทไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
- 7.4 ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งท่านมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่สภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
- 7.5 ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
- 7.5.1 กรณีที่เป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมด้วยเหตุจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ ของบริษัท หรือเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
- 7.5.2 กรณีที่เป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
- 7.5.3 กรณีที่เป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่การจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
- 7.6 ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลด้วยเหตุบางประการได้
- 7.7 ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
- 7.7.1 เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านร้องขอให้ดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ หรือไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- 7.7.2 เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลาย เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ท่านขอให้ระงับการใช้แทน
- 7.7.3 เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นที่บริษัทจะเก็บรักษา แต่ท่านมีความจำเป็นต้องขอให้บริษัทเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- 7.7.4 กรณีที่ท่านใช้สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์เพื่อปฏิเสธการใช้สิทธิของท่าน
- 7.8 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือประกาศที่ออกตามกฎหมาย
ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิข้างต้นและดำเนินการตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด หากท่านประสงค์จะใช้สิทธิข้างต้นสามารถดำเนินการโดยกรอกข้อมูลใน “แบบคำร้องขอใช้สิทธิ” และส่งอีเมลมาที่ pdpa@therestaurantgroup.co.th หรือติดต่อผ่านช่องทางตามข้อ 9.
08คุกกี้ (Cookie)
เว็บไซต์ ของบริษัทใช้คุกกี้ (Cookie) เป็นชิ้นส่วนข้อมูลขนาดเล็กที่ถูกเก็บไว้ใน Text File ซึ่งจะถูกบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ของท่านหรือบนอุปกรณ์อื่นๆ เมื่อ Browser ทำการโหลดเว็บไซต์ของบริษัท คุกกี้ (Cookie) ถูกใช้งานเพื่อบันทึกข้อมูลของท่าน รวมถึงความชอบและความสนใจของท่าน ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อท่านเมื่อเข้าใช้งานหรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทในครั้งต่อไป
เมื่อท่านเข้าใช้บริการ Browser ท่านสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของ Browser เพื่อปิดการใช้งานคุกกี้ (Cookie) ได้ แต่อย่างไรก็ดี ขอให้ท่านทราบว่า หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ (Cookie) ไม่ยอมรับ หรือยอมรับบางส่วน อาจส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์หรือบริการต่างๆ ของบริษัทที่สามารถให้บริการแก่ท่านได้
09ช่องทางการติดต่อ
หากท่านประสงค์จะติดต่อ หรือมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ หรือกรณีที่พบว่ามีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปในทางที่ไม่ชอบ ท่านสามารถติดต่อบริษัทผ่านทางช่องทาง pdpa@therestaurantgroup.co.th